วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์
 คอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานด้วยคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมต่างๆ
สามารถเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายได้หลายแบบ ลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ คือ มีศักยภาพสูงในการคำนวณประมวลผล ข้อมูลทั้งที่เป็นตังเลข รูปภาพ ตัวอักษร และเสียง
  ส่วนประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
หมายถึง ส่วนที่ประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเน 5 ส่วน คือ
    ส่วนที่1 หน่วยรับข้อมูลเข้า( input Unit)
        เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาเชื่อต่อ ทำหน้าที่ป้อนสัญญาณเข้าสู้ระบบ เพื่อกำหนดให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามความต้องการ ได้แก่
   -แป้นอักขระ  ( Key bord )
   -แผ่นซีดี  ( CD  Rom )
   -ไมโครโฟน ( Microphon) เป็นต้น
     ส่วนที่2 หน่วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit)
        ทำหน้าที่เกี่ยวกับการคำนวณทั้งทางตรรกะและคณิตศาสตร์ รวมถึงการประมวลผลข้อมูลตามคำสั้งที่ได้รับ
     ส่วนที่3 หน่วยความจำ
       ทำหน้าที่เก็บข้อมูลหรือคำสั้งที่ส่งมาจากหน่วยรับข้อมูลืเพื่อเตรียมส่งไปประมวลผลยังหน่วยประมวลผลกลาง และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลแล้วเพือเตรียมส่งไปยังแสดงผล
     ส่วนที่4 หน่วยแสดงผล (Output Unit)
ทำหน้าที่แสดงข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ ทำการประมวลผล หรือผ่านการคำนวณแล้ว
     ส่วนที่5  อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ (Peripheral Equipment)
      เป็นอุปกรณ์ที่นำมาต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพืวเตอร์เพื่อช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น เช่น โมเด็ม( Modem) แผงวงจรเชื่อมต่อเครือข่าย เป็นต้น
     **ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์**
1.มีความเร็วในการทำงานสูง สามารถประมวลผลคำสั้งได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่ววินาที จึงใช้ในการคำนวณต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
2.มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง มำงานได้ตลอด 24 ชั้งโมง ใช้แทนกำลังคนได้มาก
3.มีความถูกต้องแม่นยำ ต่าโปรแกรมคำสั้งที่ใช้
4.เก็บข้อมูลได้มาก ไม่เปลืองเนื้อที่เอกสาร
5.สามารถโอนย้ายข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง

      ระบบคอมพิวเตอร์
   หมายถึง กรรมวิธีที่คอมพิวเตอร์ ทำการใดๆกับข้อมูลให้อนยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้ใช้งานมากที่สุด เช่น ระบบเสียภาษี ระบบทะเบียนราษฎร์ ระบบทะเบียนการค้า ระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาล เป็นต้น
    การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ โดยการตรวจสอบจากการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
        องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
    ระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะประกอนด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่
1. ฮาร์ดแวร์  (Hardware)  หรือส่วนเครื่อง
2.ซอฟแวร์  (Software) หรือส่วนชุดคำสั่ง
3.ข้อมูล (Date)
4.บุคลากร  (Peopleware)
    ฮาร์แวร์(Hardware)
        หมายถึง ตัวเครื่องและอุปกรณ์ส่วนต่างๆที่เราสามารถสัมผัสและจับต้องได้ ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 4ส่วน ดังต่อไปนี้
 1.ส่วนประมวลผล(Processor)
 2.ส่วนความจำ(Memory)
 3.อุปกรณ์รับเข้าและส่งออก(Input-OutputDevices)
 4.อุปกรณ์หน่วยเก็บข้อมูล(Storage Dveice)
    ส่วนที่ 1 CPU
      เป็นอุปกรณืฮาร์ดที่เปรียบเสมือนสมอง
         มีหน้าที่หลักในการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ ประมวลผลและเปรียบเทียบข้อมูล โดยการทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดิบให้เป็นสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ความสามารถของ ซีพียู นั้น พิจารณาจากความเร็วของการทำงาน การรับส่งข้อมูล อ่านและเขียนข้อมูลในหน่วยความจำ ความเร็วของซีพียู ขึ้นอยู่ กับตัวให้จังหวะที่เรียกว่า สัญญาณนาใก เป็นความเร็วจำนวนรอบของสัญญาณ
   ส่วนที่ 2 หน่วยความจำ  ( Memory )
    จำแนกเป็น 2 ประเภท
1.หน่วยความจำหลัก  ( Main Memory )
2.หน่วยความจำสำรอง  ( Secondery  Storage )
    1.หน่วยความจำหลัก  ( Main Memory )
       เป็นหน่วยเก็บข้อมูลและคำสั้งต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย  ชุดความจำข้อมูล ที่สามารถบอกตำแหน่งที่เก็บข้อมูลหรือคำสั้ง ข้อมูลจะถูกนำไปเก็บไว้และสามารถนำออกมาใช้ในการประมวลผลภายหลัง โดยCPU ทำหน้าที่ในการนำข้อมูลเข้าออกจากหน่วยความจำ
      การทำงานของคอมพิวเตอร์ ต้องใช้พื้นที่ของหน่วยความจำในการทำงานประมวลผลและเก็บข้อมูล ขนาดของความจุของหน่วยควาทมจำ คำนวณได้จากค่าจำนวนพื้นที่ คือจำนวนข้อมูล และขนาดของโปรแกรมที่สามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุด พื้นที่หน่วยความจำมีมากจะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วมากยิ่งขึ้น
      หน่วยประมวลผลกลาง CPU
ทางด้านฮาร์ดแวร์ 2 อย่าง
1.ซิป (Chip) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์
2.ตัวกล่องเครื่องที่มี CPU บรรจุอยู่
         1.หน่วยความจำหลัก
   แบ่งได้ 2 ประเภท หน่วยความจำแบบแรม และหน่วยความจำแบบรอม
1.1 หน่วยความจำแบบ แรม
RAM = Random Access Memory
    เป็นหน่วยความจำที่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาข้อมูล ข้อมูลหรือแฟ้มข้อมูลจะถูกเก็บไว้ชั้วคราวขณะทำงาน ข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำจะอยู่ได้นานจนปิดเครื่อง เราเรียกหน่วยความจำแบบลบเลือนได้ (Volatile  Memory )
1.2 หน่วยความจำแบบ รอม
ROM = Read Only Mmemory
เป็นหน่วยความจำที่ใช้เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่ถาวรไม่ขึ้นกับไฟฟ้าที่ป้อนในวงจร ยอมให้ซีพียูอ่านข้อมูลหรือโปรแกรมไปใช้งานอย่างเดียว ไม่สามารถเขียนข้อมูลลงไปเก็บไว้ได้โดยง่าย ส่วนใหญ่ใช้เก็บโปรแกรมควบคุม เราเรียกหน่วยความจำประเภทนี้ว่าหน่วยความจำแบบไม่ลบเลือน
       2. หน่วยความจำสำรอง
   หน่วยความจำสำรอง หรือหน่วยเก็บข้มูลรอง เป็นหน่วยเก็บที่สามารถรักษาข้อมูลได้ตลอดไปหลังจากที่เราปิดเครื่องแล้ว
   หน่วยความจำรองมีหน้าที่หลัก คือ
1.ใช้ในการเก็บข้อมูลหรือสำรองข้อมูลเพื่อใช้ในอนาคต
2.ใช้ในการเก็บข้อมูล โปรแกรมไว้อย่างถาวร
3.ใช้เป็นสื่อในการส่งผ่านระหว่างข้อมูลคอมพิวเตอร์เครื่องไปยังอีกเครื่องหนึ่ง

     ประโยชน์ของหน่วยความจำสำรอง
  หน่วยความจำสำรองจะช่วยแก้ปัญหาการสูญหายของข้อมูลอันเนื่องจากไฟฟ้าดับแพราะข้อมูลต่างๆที่ส่งเข้ามาประมวลผลเมื่อเรีบยร้อยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปเก็บในความจำหลักประเภทแรม หากปิดเครื้องหรือมีปัญหาทางไฟฟ้า อาจทำให้ข้อมูลสูญเสียจึงจำเป็นต้องมีหน่วยความจำรอม เพื่อนำข้อมูลจากหน่วยความจำแรมมาเก็บไว้ใช้งานในครั้งต่อไป  หน่วยความจำประเภทนี้ส่วนใหญ่จะพบในรูปของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลภายนอกเช่น ฮาร์ดดิสก์ แผ่นบันทึก ซิปดิสก์ ซีดีรอม ดีวีดี เทปแม่เหล็ก หน่วยความจำแบบเฟลช หน่ยวความจำนี้ไม่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ปกติ
      ส่วนแสดงผลข้อมูล
ส่วนที่แสดงข้อมูลจากสัญญาณไฟฟ้าในหน่วยประมวลผลกลางทำให้รูปแบบที่คนสามารถเข้าใจได้ อุปกรณ์ที่แสดงผลข้อมูลได้แก่ จอภาพ (Scree Monitor) เครื่องพิมพ์ภาพ (Ploter ) และลำโพง (Speaker )  เป็นต้น
    PEOPLEWARE
      บุคคลากรทางคอมพิวเตอร์  หมายถึง คนที่มีความรู้ความสามารถในการใช้หรือควบคุมให้การใช้คอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างราบรื่น อาจจะประกอบด้วยคนเพียงคนเดียว หรือหลายคนช่วยกันรับผิดชอบโครงสร้างของหน่วยงานคอม
     1.ฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน
     2.ฝ่ายเกี่ยวกับโปรแกรม
     3.ฝ่ายปฏิบัติงานเครื่องและบริการ
1.หัวหน้าหน่วยงานคอมพิวเตอร์ (EDP Manager )
2.หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์และวางแผน ( System Aralyst หรือ SA )
3.โปรแกรมเมอร์ ( Porgrammer )
4.ผู้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์  ( Computer Operator )
5.พนักงานจัดเตรียมข้อมูล ( Date Entry Operator)
- นักวิเคราะห์ระบบงาน
- ทำการฝึกระบบงานเดิม ออกแบบใหม่
- โปรแกรมงานใหม่  ( โปรแกรมเเมอร์ )
- วิศวกรระบบ
  ทำหน้าที่ออกแบบ สร้าง ซ่อมบำรุง และดูแลรักษาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานได้ตามต้องการ
- พนักงานปฏิบัติการ
  ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปฏบัติหน้าที่ หรือภารกิจประจำวันที่เกี่ยวข้อง
**********************************************************************************************************************************

       
         ซอฟแวร์   (software)
ซอฟแวร์   หมายถึง   การลำดับขั้นตอนการทำงานของคำสั้งที่จะทำหน้าที่สั่งคอมพิวเตอร์ว่าให้ทำอะไรเป็นชุดของโปรแกรมหลายๆโปรแกรมนำมารวมกันให้สามารถทำงานได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ตามที่ต้องการ เรามองไม่เห็นหรือสัมผัศไม่ได้แต่เราสามารถสร้างจัดเก็บและนำมาใช้งานหรือเผยแพร่ได้ด้วยสื่อหลายชนิด เช่น แผ่นบันทึก แผ่นซีดี แฟล็ซไดร์ฟ ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น
หน้าที่ของซอฟแวร์
        ซอฟแวร์ทำหน้าที่ เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์  และเครื่องคอมพิวเตอร์  ถ้าไม่มีซอฟแวร์เราก็ไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้เลย
ซอฟแวร์สำหรับเครืองคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท
ประเภทของซอฟแวร์
         ซอฟแวร์แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ
ซอฟแวร์ระบบ(system software)
ซอฟแวร์ประยุกต์(application software)
และซอฟแวร์ที่ใช้เฉพาะ
          1.ซอฟแวร์ระบบ(system software)
ซอฟแวร์ระบบเป็นโปรแกรมที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จากการกับระบบ  หน้าที่การทำงานของระบบซอฟแวร์   คือ ดำเนินงานพื้นฐานต่างๆของระบบคอมพิวเตอร์เช่น   รับข้อมูลจากแผนแป้นอักขระ แล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ   นำข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือนำออกไปยังเครื่องพิมพ์   จัดการข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง  
         system  sofware  หรือโปรแกรมระบบที่รู้จักกันดีก็คือ  DOS,WINDOWS, UNIX,LINUX  รวมทั้งโปรแกรม แปลคำสั่งที่เขียนในภาษาระดับสูง เช่น ภาษาBASIC,FORTRAN<PASCAL,COBOL,C  เป็นต้น
         นอกจากนี้โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบระบบ เช่น  Norton  s utilities  ก็นับเป็นโปรแกรมสำหรับระบบด้วยเช่นกัน
         หน้าที่ของซอฟแวร์ระบบ
         1. ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและหน่วยรับออก เช่น รับรู้การกดแป้นต่างๆบนแป้นอักขระ  ส่งรหัสด้วยอักษรออกทางจอภาพหรือ เครื่องพิมพ์   ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้าและส่งออกอื่นๆ เช่น เม้าส์  ลำโพง  เป็นต้น
         2.  ใช้ในการจัดการหน่วยความจำ  เพื่อนำข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยังหน่วยความจำหลักหรือในทำนองกลับกัน  คือ  นำข้อมูลจากหน่วยความจำหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก
        3.  ใช้เป็นตัวเชื่อมระหวางผู้ใช้กับเครืองคอมพิวเตอร์  เพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น  เช่น การขอดูรายการในสาระบบ (Directory) ในแผ่นบันทึก  การทำสำเนาหรือแฟ้มข้อมูล
ซอฟแวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทั่วไปแบ่งออกเป็นระบบปฏิบัติการและตัวแปลภาษา
ประเภทของซอฟแวร์ระบบ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 
        1. ระบบปฏิบัติการ(Operating system:OS)
เป็นซอฟแวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์  เครืองคอมพพิวเตอร์ทุกเครืองจะต้องมีซอฟแวร์ระบบปฏิบัติการนี้   ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดี เช่น  ดอส วินโดวส์  ยูนิกซ์  ลี  นุกซ์  และแมคอินทอซ  เป็นต้น
       1. ดอส(Disk Operating system:DOS) เป็นซอฟแวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว  การใช้งานจึงใช้คำสั่งเป็นตัวอักษร  ดอส  ป็นซอฟแวร์ ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในอดีต  ปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการ  ดอส นั้นมีการใช้งานน้อยมาก
        2. วินโดวส์ (Windows) เป้นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจาก ดอส  โดยให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานได้จากเม้าส์มากขึ้นแทนการใช้แผนแป้นอักขระเพียงอย่างเดียว  นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ยังสามารถทำงานหลายงานพร้อมกันได้โดยงานแตละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างบนจอภาพการใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก  ผู้ใช้งานสามารถใช้เม้าส์เลื่อนตัวชี้เพื่อเลือกตำแหน่งที่ปรากฎบนจอภาพทำให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ระบบนี้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
      3. ยูนิกซ์ (Unix) เป้นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์   ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นเทคโนโลยีแบบเปิด(Open system)ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้องผูกติดกับระบบใดระบบหนึ่งหรือใช้อุปกรณ์ที่มียี่ห้อเดียวกัน  ยูนิกซ์ ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในลักษณะที่มีผู้ใช้ได้หลายคนในเวลาเดียวกันที่เรียกว่า  ระบบหลายผู้ใช้(Nultiusers) และสามารถทำงานได้หลายๆงานในเวลาเดียวกันในลัษณะที่เรียกว่า  ระบบหลายภารกิจ (Multitasking) ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงนิยมใช้กับเครื่องที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย  เพื่อใช้งานร่วมกันหลายๆเครืองพร้อมกัน
      4. ลีนุกซ์ (Linux) เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาจากระบบยูนิกซ์  เป็นระบบซึ่งมีการแจกจ่ายโปรแกรมต้นฉบับให้นักพัฒนาช่วยกันพัฒนาคุณสมบัติของระบบปฏิบัติการ   ลีนุกซ์  เป็นที่นิยมกันมากขึ้นในปัจบัน  เนื่องจากมีโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ  ที่ทำงานบนระบบลีนุกซ์จำนวนมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมในกลุ่ม กูศ์นิว(GNU) เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือระบบลีนุกซ์เป้นระบบปฏิบัติการประเภทแจกฟรี(Free W are) ผู้ใช้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
           สามารถทำง่านได้บนซีพียู หลายตระกูล เช่น อินเทล(PC Intel) ดิจิตอล(Digital Alpha Computer)   และซันสปาร์ค(SUN SPARCC) ถึงแม้ว่าในขณะนี้ลีนุกซ์ ยังไม่สามารถแทนที่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ บนซีพียูได้ ทั้งหมดก็ตาม  แต่ผู้ใช้จำนวนมากได้หันมาใช้และช่วยพัฒนาโปรแกรมประยุกต์มากขึ้น
         5. แมคอินทอซ(Macintosh) เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์   แมคอินทอซ  ส่วนมากนำไปใช้งานด้านกราฟิก  ออกแบบ  และจัดแต่งเอกสาร  นิยมใช้ในสำนักพิมพ์ต่างๆ
              นอกจากระบบปฏิบัติการที่กล่าวมา  ยังมีระบบอีกมาก  เช่น  ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์   เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันเป็นระบบเช่น  ระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์   นอกจากนี้ยังมีระบบปฏิบัติการที่ใช้งานเฉพาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่องานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งส่วนใหญ่จะใช้งานในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา
     ชนิดของระบบปฏิบัติการจำแนกตามการใช้งานได้เป็น  3  ชนิด    คือ
        1. ประเภทใช้งานเดียว(SIngle tasking) ระบบปฏิบัติการประเภทนี้จะกำหนดให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ครั้งละ 1 งาน
        2. ประเภทใช้งานหลายงาน(Multi-tasking)  ระบบปฏิบัติการประเภทนี้สามารถควบคุมการทำงานพร้อมกันหลายงานในขณะเดียวกันผู้ใช้งานกับซอฟแวร์ประยุกต์ได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน  เช่น  ระบบปฏิบัติการ (Windows98) ขึ้นไปและยูนิกส์  เป็นต้น
        3.  ประเภทใช้งานหลายคน(Multi user) ในหน่วยงานบางแห่งอาจใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทำหน้าที่ประมวลผล   ทำให้ในขณะใดขณะหนึ่งมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์พร้อมกันหลายคนแต่ละคนจะมีสถานีงานของตนเองเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์  จึงต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่มีความสามารถสูง  เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถทำงานเสร็จในเวลาเช่น  ระบบปฏิบัติการวินโดวส์   nt และ ยูนิกส์ เป็นต้น